หน้าเว็บ

วิจัยบทที่ 1

 

บทที่1

บทนำ

ที่มาและความสำคัญ

         มนุษย์ใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ถ่ายทอดแลกเปลี่ยนความคิดเห็นความรู้สึกตลอดจนประสบการณ์ต่างๆ ซึ่งสามารถแสดงออกด้วยการใช้เสียง คำพูดท่าทาง แล้วสื่อออกมาให้มีความหมายเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง ฉะนั้นการเรียนรู้ภาษาเริ่มมาจากการฟังและการพูดก่อนการอ่านและการเขียน ภาษายังเป็นเครื่องมืออีกอย่างหนึ่งที่ชี้พัฒนาการทางสติปัญญาของบุคคล เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการสื่อสารระหว่างบุคคลการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ ไม่ว่าชาติใด สังคมใด ย่อมต้องมีภาษาเป็นเครื่องมือช่วยในการติดต่อสื่อความหมายซึ่งกันและกัน

การส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่วัยอนุบาล จึงมีผลทำให้เด็กประสบความสำเร็จในการเรียนวิชาต่างๆในอนาคต พัฒนาการทางภาษาที่สำคัญอย่างหนึ่งของเด็กปฐมวัย พัฒนาการทางการพูดเนื่องจากเด็กวัยนี้จะเริ่มรู้จักใช้ภาษาพูดมากขึ้น เด็กจะเริ่มใช้คำพูดที่เกี่ยวกับตนเอง รู้จักชื่อ นามสกุลของตนเอง เริ่มเลียนแบบคำพูดของผู้ใหญ่ เริ่มไช้คำศัพท์มากขึ้น เริ่มถามคำถาม การพัฒนาการทางการพูดของเด็กปฐมวัยเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันพัฒนาการทางการพูดก็มีความแตกต่างกันในแต่ละคนขึ้นอยู่กับปัจจัยในตัวเด็ก นกเนตร ธรรมบวร (2544 : 113) กล่าวว่า การพูดถือเป็นการแสดงออกทางพัฒนาการทางภาษาด้านหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญพอๆ กับการเรียนเลยทีเดียวการพูดเป็นการรวมประสบการณ์ด้านต่างๆ ของเด็กเข้าด้วยกัน อันได้แก่ ความรู้สึก ความคิด การรับรู้ความจำและความรูดวามเข้าใจ ครียา นิยมธรรม และประภัสสร นิยมธรรม (2541 : 1) กล่าวว่า การพูดเป็นพฤติกรมชนิดหนึ่งซึ่งจะช่วยสร้างโลกของเด็ก ชยให้เด็กมีพัฒนาการทางสังคม ช่วยในการอบรมเด็ก ช่วยแนะหรือบังคับเด็กให้แสดงความรู้สึกอบอุ่น หรือหวั่นกลัว ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ ช่วยให้มีความคิดมีความรู้สึกตลอกจน มีเจตคติต่างๆ จากการใช้คำพูด การปรับตัวของเด็กก็ได้รับอิทธิพลจากภาษาพูด แต่ในปัจจุบันการเรียนรู้ภาษาของเด็กประสบปัญหาดังที่ ภรณี คุรุรัตนะ( 2542 : 85 )กล่าวว่าปัญหาการเรียนรู้ภาษาของเด็กเกิดจากสอนที่ครูมุ่งเน้นสาระทางภาษาเป็นหลัก ทำให้การเรียนการสอนไม่น่าสนใจ ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่เหมาะสมกับวัย ความสนใจและความสามารถของเด็ก และเมื่อคำนึงถึงประโยชน์ที่เด็กจำเป็นต้องใช้ภาษาในการเรียนรู้และการสื่อสารในชีวิตจริง พบว่าการสอนแบบเดิม (traditional approaches) ไม่เน้นความสำคัญของประสบการณ์และภาษาที่ใช้ในชีวิตจริง จึงไม่ได้ให้โอกาสเด็กเรียนรู้ภาษาและใช้ภาษาเพื่อสื่อสารอย่างมีความหมายเท่าที่ควร โดยเฉพาะการพูด ดังที่ สยุมพร เด-ไหบูลย์(2544 : 40) กล่าวคำพูด จิตใจ สมองและอวัยวะต่างๆของคนเราทำงานเกี่ยวข้องเชื่อมโยงและสัมพันธ์กันอย่างเป็นลูกโซ่การพูดมีอิทธิพลต่อชีวิตของมนุษย์มาก เพราะการพูดสามารถสร้างความเป็นจริงต่างๆให้เกิดขึ้นในชีวิตของเราได้ การพูดเป็นสิ่งที่ควบคุมจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกของคนเรา จึงควรเปิดโอกาสให้เด็กแสดงพฤติกรรมการพูดและการกระทำออกมาให้มากที่สุดภาษาเป็นทักษะ ที่ต้องฝึกการสอนภาษาต้องอยู่บนพื้นฐานของกิจกรรมและบูรณาการ(ภรณี ถุรุรัตนะ. 2543 : 9 ) สำหรับกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะทางภาษา พัฒนาการทางการพูด และพฤติกรรมทางการพูดของเด็กปฐมวัยนั้น มีหลายรูปแบบ เช่น การสนทนาพูดคุย การชักถาม การอภิปรายการเล่นบทบาทสมมุติ รวมทั้งการทำงานศิลปะ การร้องเพลง การท่องคำคล้องจองและเกมการเล่น ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้สนทนา ซักถามและแสดงความคิดเห็น (กรมวิชาการ. 2540 : 7)กิจกรรมคำคล้องจองเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีความสำคัญ และช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางการพูดและพฤติกรมทางการพูดให้กับเด็กปฐมวัย สอดคล้องกับไพเราะ พุ่มมั่น (2544 : 46) ที่กล่าวว่าการใช้คำคล้องจองมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาภาษา เพื่อศึกษาความจำ เพื่อให้สนุกสนานเพลิดเพลินและฝึกระเบียบวินัย เด็ก ๆชอบท่องคำคล้องจองและมีความสุขที่ได้ทำเสียงหรือท่าทางให้เข้ากับจังหวะของคำซึ่งจะช่วยให้เด็กใช้ภาษาและถ้อยคำได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน มีการเรียนรู้การใช้วรรคตอนและสามารถใช้ระดับเสียงแสดงออกทางความรู้สึกได้ตรงตามความหมาย ทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาให้แก่เด็กได้

 ผลกระทบจากการขาดทักษะการพูดซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของผู้เรียนที่ใช้ในการแสวงหาความรู้ทำให้ผู้เรียนเกิดปัญหา เด็กพูดยังไม่ชัดเจน ออกเสียงคำยังไม่ถูกต้อง การพูดให้สัมพันธ์กับภาพยังไม่ถูกต้องซึ่งสาเหตุของการขาดทักษะการพูดเกิดขึ้นได้จาก(บอกหลายสาเหตุ)1.เด็กขาดการพูดคุย 2.เด็กไม่มั่นใจในการตอบและสาเหตุประการสำคัญเกิดครูเป็นผู้มีความสำคัญกับความสำเร็จของพัฒนาการทางภาษาของเด็ก เพราะครูจะต้องเป็นผู้คอยกระตุ้น ชี้แนะแนวทางการจัดกิจกรรมที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลางให้กำลังใจเด็กจัดประสบการณ์ให้ครอบคลุมทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน กิจกรรมที่ใช้ คือ 1.การอ่านคำคล้องจอง 2.การอ่านเพลงคำคล้องจอง 3.การใช้ชุดกิจกรรมคำคล้องจองประกอบภาพ

การสอนคำคล้องจองมีความสำคัญสำหรับเด็กปฐมวัยมาก เพราะทำให้เด็กได้พัฒนาเรื่องจังหวะ พัฒนาทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ นอกจากนี้เด็กยังได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินเด็กได้ฝึกความจำทำให้เข้าใจบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือเด็กได้พัฒนาการทางภาษาที่ดียิ่งขึ้น

ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษา ทักษะการพูดของเด็กอนุบาล2/2 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เพื่อที่จะได้วางแผนในการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการพูดให้มีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

วัตถุประสงค์การวิจัย

เพื่อพัฒนาการพูดโดยใช้คำคล้องจองประกอบภาพ

ประโยชน์ที่ได้รับ

1.กิจกรรมคำคล้องจองประกอบภาพช่วยให้เด็กมีความสามารถในการฟังและพูดที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

2.เพื่อเปรียบเทียบทักษะการพูดก่อนและหลังได้รับการจัดกิจกรรมคำคล้องจองประกอบภาพ

สมมติฐานการวิจัย

การใช้คำคล้องจองประกอบภาพมีผลในการพัฒนาทักษะการพูดจริงหรือไม่

ขอบเขตของการวิจัย

ประชากร

        ประชากร คือ เด็กปฐมวัย ชาย - หญิง อายุระหว่าง 45 ปี ศึกษาชั้นอุบาล 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563  โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่างสิงหเสนี) สำนักงานเขตสังกัดพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กรุงเทพมหานคร โดยมีจำนวน 4 ห้องเรียน จำนวนนักเรียนทั้งหมด  120 คน

 กลุ่มตัวอย่าง

       กลุ่มตัวอย่าง คือ เด็กปฐมวัย ชาย - หญิง อายุระหว่าง 45 ปี ศึกษาชั้นอุบาล 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563  โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่างสิงหเสนี) ) สำนักงานเขตสังกัดพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กรุงเทพมหานคร ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม ( Cluster sampling ) เลือกห้องเรียนชั้นอนุบาล2/2 มาจำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 30 คน

 

ตัวแปรที่ศึกษา

ตัวแปรอิสระ ได้แก่ การจัดกิจกรรมคำคล้องจองประกอบภาพ

ตัวแปรตาม ได้แก่ ทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย

 

นิยามศัพท์

1. เด็กปฐมวัย หมายถึง ถึง เด็กนักเรียนชาย-หญิง อายุระหว่าง4-5ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาล2 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย(กระจ่างสิงหเสนี) จังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวน30คน

2. ทักษะการพูด หมายถึง ทักษะทางการพูดของเด็กที่พูดออกมาขณะทำกิจกรรมดำคล้องจอง

3. คำคล้องจองประกอบภาพ หมายถึง คำประพันธ์ โคลง กลอน ซึ่งใช้ถ้อยคำง่ายๆและมีความหมายไม่ยาวมาก มีเนื้อหาสาระที่เด็กท่องจำแล้วเกิดความสนุก ได้พัฒนาภาษา ฝึกความจำ

4. กิจกรรมคำคล้องจองประกอบภาพ หมายถึง กิจกรรมที่ครูจัดให้กับเด็กโดยมีสื่อเป็นแผ่นภาพคำคล้องจองที่สัมพันธ์กับ1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

กรอบแนวคิด

ตัวแปรอิสระ                                                    ตัวแปรตาม

กิจกรรมคำคล้องจองประกอบภาพ                      พฤติกรรมการพูดของเด็ก

                                                                                -ทักษะทางการพูด

                                                                                -การเล่าเรื่อง

                                                                                 -คำศัพท์

สมมุติฐานการวิจัย

     เด็กอนุบาล2/2 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมคำคล้องจองประกอบภาพมีทักษะทางการพูดสูงขึ้น


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

  ชื่อ นางสาว ชนิตา โพธิ์ศรี ชื่อเล่น รีเจนซี่ รหัสนักศึกษา 6011200794 กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่4 สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิท...